แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Hi-Res แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Hi-Res แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

FiiO X3II [Generation 2] Unbox and Review

FiiO X3II [Generation  2] Unbox and Review


ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่า ตอนแรกตั้งใจจะซื้อ FiiO E17k เพื่อมาใช้กับ FiiO K5 Desktop Amp แต่ว่าเมื่อได้หาข้อมูลดูดี ๆ แล้ว การซื้อ FiiO X3II มาคู่กับ FiiO K5 Desktop Amp มันจะเป็นอะไรที่ดีที่สุดมากกว่า เพราะว่าเราจะได้ทั้ง DAP และ DAC ในตัวเดียวกันนั่นเอง ถ้าซื้อ E17k จะได้แค่ DAC ซึ่งส่วนตัวก็มี E18 อยู่แล้ว ไม่รู้จะซื้อมาซ้ำกันทำไม ก็เลยตัดสินใจซื้อ FiiO X3II จากร้าน HolySai/HuuFang
(รีวิว FiiO K5 ที่นี่)

ว่าแล้วก็มาเข้าเรื่องแกะกล่องรีวิวกันเลยดีกว่า

BOX 




UNBOX









FOCUS ON DETAIL



ตัวบอดี้เป็นอลูมิเนี่ยมน้ำหนักพอประมาณ ขนาดกำลังพอเหมาะ พอดีมือ
ตัวเครื่องมาพร้อมเคสพลาสติกใสแข็ง ๆ ในตัวเลย 
แถมติดฟิล์มกันรอยมาให้เรียบร้อยในกล่อง
ด้านหน้าเป็นปุ่ม Control Wheel ตรงกลางใช้กดเพื่อตกลง
และปุ่มย่อยอีก 4 ปุ่ม ที่ใช้ควบคุมต่าง ๆ

ด้านบนเป็นช่อง output หูฟัง 3.5mm และ Digital Coaxial out (เอาไว้ต่อกับ DAC ภายนอก)

ด้านขวาของตัวเครื่องเป็นช่องใส่ Micro SD Card รองรับถึง 128Gb

ด้านซ้ายเป็นปุ่ม Power รูสำหรับ Reset และปุ่ม Volume เพิ่ม-ลด เสียง

ด้านล่างเป็นช่อง Micro USB สำหรับชาร์จหรือ Sync ข้อมูล และใช้เป็น DAC ผ่าน PC/Mac
 รวมถึงเอาไว้เสียบ Dock กับ FiiO K5

ด้านหลังโล่ง ๆ เรียบ ๆ เต็มไปด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษและจีนที่อ่านไม่ออก

POWER ON 

HOME MENU


SPEC


Output Power 
-200mW(@32Ω)
-224mW(@16Ω)
-24mW (@300Ω)

Output Impedance <0.2 Ω

Charging Time < 3 h (DC 5V, 2A)ใช้เวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ราวๆ 3 ชั่วโมง

Input Power DC 5V, 2A (Recommend)

Battery Capacity 2600 mAh ใช้ฟังเพลงต่อเนื่องใด้นาน 8 -11 ชั่วโมง 

Dimension 96.7 mm×57.7 mm×16.1 mm

Audio formats supported DSD:DSD64,DSD128(.iso&.dsf & .dff)
PCM:APE FAST 192 kHz/24 bit;APE Normal,High 96 kHz/24 bit(MAX)
FLAC:192 kHz/24 bit(MAX)
WAV:192 kHz/24 bit(MAX)
WMA Lossless:96 kHz/24 bit(MAX)
Apple Lossless:192 kHz/24 bit(MAX)
Lossy compression:MP2、MP3、AAC、WMA、OGG......
-รองรับไฟล์เพลง 24/192 และยังรองรับไฟล์เพลง DSD ในแบบ Native 
[DSD (Direct Stream Digital) เป็นไฟล์เพลงระดับไฮเอนด์ ถูกตั้งขึ้นโดย Sony และ Philips ปัจจุบันไฟล์แบบ DSD นั้นเป็นที่นิยมมากขึ้น เพราะให้คุณภาพเสียงดีกว่าไฟล์เพลงทั่วไป]

Chips 

-ภาค DAC เป็น Cirrus Logic CS4398 (ตัวเดียวกันกับ Astell&Kern AK120II ที่ราคา 4 หมื่นอัพ ไม่เชื่อลองเอาชื่อรุ่นไปค้นหาราคาดูได้)
-AMP OPA1642+LMH6643 (ตัวเดียวกับ FiiO E18 ตัวนี้เจ้าของบล๊อคใช้อยู่เป็นประจำ)
-LPF OPA1642
-Dual crystal oscillators ช่วยในเรื่องของการจัดการ Noise และ Jitter ใด้ดีขึ้น

FiiO X3 ใหม่ รองรับหูฟังมีไมค์ มาตรฐาน CTIA เช่นหูฟัง Apple , Samsung นอกจากนั้นยังสามารถใช้งานปุ่มรับสาย เพื่อ เล่น / หยุด / เปลี่ยนเพลงได้ด้วย

FiiO X3 เชื่อมต่อได้หลากหลายช่องทาง ดังนี้

Headphone Out : สำหรับต่อหูฟัง
Line Out : สำหรับต่อสาย AUX (3.5mm) หรือ Mini To Mini
Coaxial Out : สำหรับต่อผ่านสาย Coaxial เข้ายังลำโพง หรือ เครื่องเสียง
Micro USB : สำหรับต่อใช้งานภาค USB DAC
(FiiO X3 ใหม่ พัฒนาภาค USB DAC ดีกว่าเดิมสนับสนุน 192kHz/24bit รวมไปถึง DSD Playback (ต้องเปิดใช้งาน DSD Plugin บน Windows) X3 สามารถใช้งานควบคู่กับคอมพิวเตอร์ผ่านโหมด USB DAC ได้)


SOUND TEST


หูฟังที่ใช้ทดสอบคือ SONY XBA-A2 ตัวโปรด ที่ใช้อยู่เป็นประจำ
ไม่มีการปรับ EQUALIZER ใด ๆ ทั้งสิ้น (EQ=OFF) ในการทดสอบฟัง (ส่วนตัวไม่ชอบปรับเพราะมันรู้สึกว่าเสียงผิดเพี้ยนไปจากเดิม)

เริ่มจากเพลง iroha uta (Vocaloid Kagamine Rin) เพลงที่เบสเดินอย่างสนุกสนาน จังหวะดนตรีรุกเร้าสนุกสนาน เสียงร้องสไตล์ Enka มีลูกเอื้อนที่ปลายเสียง



เพลงต่อมาที่ใช้ทดสอบคือ Let Me Hear ของวง Fear and Loathing in Las Vegas เพลงจังหวะเร็ว รุกเร้าทุกโสตสัมผัส แถมความหมายของเพลงนี้ก็ถ่ายทอดออกมาได้อย่างดี เป็นแนวฮาร์ดคอร์อิเล็กโทนกระชากอารมณ์สุดมันส์




เพลง BRE@TH//LESS <a0v> โดย MIKA KOBAYASHI เพลงฟังสบาย ๆ เป็นเพลงประกอบอนิเมะเรื่อง ALDNOAH.ZERO จังหวะกลาง ๆ ฟังสบาย


เพลง Nemuri Ni Yosete (แปลว่าปล่อยให้ฉันนอนเถอะ) ของวง L'Arc~en~Ciel เป็นเพลงจังหวะ Bossa+Rock ที่เริ่มเหมือนจะกล่อมคุณให้หลับไหล แต่แล้วก็กลับกระชากอารมณ์ของคุณให้อยากโยกหัวไปมาเมื่อถึงท่อนฮุค เป็นวงที่เบสเดินได้สนุก ลื่นไหล จังหวะดนตรีสนุกสนาน



เพลง I AM โดย Ken Arai อัลบั้ม Parasyte -the maxim- เป็นเพลง DUB STEP อิเล็กโทน ไม่มีเสียงคนร้อง มีแต่เสียงเอฟเฟ็ค ปี๊ด ๆ จิ๊ว ๆ เต็มไปหมดเกือบทั้งเพลง แต่มันฟังแล้วสนุกหูดีชะมัด!!!


และก็ได้ทดลองฟังเพลงยอดนิยมตลอดกาล ไปที่ไหน ๆ ก็มักจะเปิดราวกับว่าเป็นเพลงชาติ และก็มีเป็นไฟล์ DSD อยู่แค่เพลงเดียว (เพราะว่าปกติฟังเพลงอนิซอง เพลงญี่ปุ่น ซึ่งมันหา DSD ยาก ถ้ามีขายแบบดาวโหลดก็จะซื้อ แต่มันไม่มี) นั่นคือเพลง HOTEL CALIFORNIA ของ The Eagles นั่นเอง




ต้องขอบอกเอาไว้นิดนึงว่า เสียงที่ได้จากไฟล์เพลงแบบ DSD นี้มันสุดยอดจริง ๆ ต่างจากที่เคยฟังแบบเดิม ๆ ไปสิ้นเชิงเลยทีเดียว

และเพลงอื่น ๆ อีกมากมายที่ได้ทดสอบฟัง ได้อัพโหลดไว้บางส่วน (จาก 480 กว่าเพลง) ถ้าอยากโหลดไปทดสอบฟังกันดูก็ได้เลย


การต่อ DAC กับ PC นี่ต้องไปดาวโหลด DAC Driver มาลงด้วยนะ (Disable Driver Signature ก่อนล่ะ)
และต้องเชื่อมต่อ X3II ระหว่างการติดตั้งด้วย




เมื่อติดตั้งเสร็จ จะมีหน้าต่างโปรแกรมสำหรับ USB DAC โดยเฉพาะมาให้ใช้งานเพื่อปรับ ตั้งค่า ฯลฯ (ซ่อนอยู่ใน system tray นะจ๊ะ)


แล้วก็อย่าลืมไปตั้งให้ FiiO X3II เป็น Default Device สำหรับเสียงด้วยล่ะ เดี๋ยวจะบอกว่า เฮ้ย ไม่มีเสียง ทำไง 5555


ถ้าใครเล่น ไฟล์ DSD เป็นหลักก็อย่าลืมไป Enable DSD Play สำหรับ Window ด้วยล่ะ!!

อีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่ลืมพูดถึง มาอัพเดทนิดนึงว่า FiiO X3II สามารถเล่นเพลงผ่าน OTG Play ได้ ง่าย ๆ เลย ถ้ามี Flash Drive ที่เป็นพอร์ท Micro USB หรือเรียกว่า USB OTG Flash Drive ที่เอาไว้สำหรับเก็บข้อมูลเพื่อเปิดกับ Android / Tablet ก็เสียบเปิดเล่นกับ FiiO X3II ได้ไม่ยาก





FiiO X3II OTG DAC กับ Android Phone


คิดอยู่ว่า เอ๊ ลองเสียบสาย OTG กับโทรศัพท์ Android แล้วมันจะเป็น DAC มั้ย....



เออ มันเป็น DAC ให้ Android Phone ได้ด้วยแฮะ!!! ก็ ง่าย ๆ เลย มีสาย เสียบ จบ ไม่ต้องไปลง Driver อะไร เพราะว่า Android 4.0 ขึ้นไปรองรับ DAC ผ่าน OTG อยู่แล้ว ซึ่งตัว Smart Phone ทำหน้าที่ส่งข้อมูลให้ X3II ผ่านทางสาย OTG แล้ว X3II จะทำหน้าที่ประมวลผลด้านเสียงด้วยชิพเสียงคุณภาพที่อยู่ภายในแทนโทรศัพท์นั่นเอง นั่นจะทำให้ไม่ว่าไปเสียบกับที่ไหน เครื่องอะไร จะได้คุณภาพเสียงคงเดิมเสมอนั่นเอง


สรุปสิ่งที่ได้จากการทดสอบฟัง


1.ขับรายละเอียดเสียงออกมาได้ครบถ้วน ชัดเจน จะแจ้ง ทุกรายละเอียดซาวด์จะได้ยินอย่างชัดเจนไม่มีหมกเม็ด แม้บางเพลงจะมีรายละเอียดยิบย่อยเต็มไปหมด แต่ก็รับรู้ได้ถึงชั้นของเสียงต่าง ๆ ที่ถูกแยกจากกันได้อย่างชัดเจน ไม่มีมารวม ๆ มั่ว ๆ

2.เบส จะให้เบสลูกกลาง ๆ ค่อนไปทางลูกใหญ่ เป็นเบสที่ชัดเจน Smooth เบสลงได้ลึก อิมแพ็คของเบสดี มวลของเบสที่ปะทะเข้ามาในแต่ละเพลงนั้นสนุกหูเลยทีเดียว

3.เสียงร้อง ให้เสียงร้องได้อิ่ม ฉ่ำ หวาน สดใส แม้จะเป็นเสียงร้องสังเคราะห์ แต่ก็ถ่ายทอดออกมาได้ฉ่ำหวานดี ปลายเสียงร้องไปได้สุด

4.ย่านเสียงแหลม แหลมทอดตัวได้ไกล ไปได้สุด แหลมมีประกาย

5.Sound Stage อยู่ในระดับกลาง ๆ ค่อนข้างกว้าง

6.ให้มิติในการรับฟังที่ดี รับรู้ถึงมิติของเสียงได้อย่างครบครัน

7.Background นิ่ง สงัด

สรุป 


ด้วยราคาค่าตัวของ FiiO X3II นี้อยู่ที่ 6,390 บาท ซึ่งขอบอกเลยว่า โคตรคุ้มค่ากับอรรถรสที่ได้จากเครื่องเล่นตัวนี้ เหมาะกับคอ Audiophile ทั้งแต่ระดับเริ่มต้น ไปจนถึงระดับกลาง สามารถให้คุณภาพเสียงในระดับเครื่องเล่น Hi-End ด้วยราคา Mid-Range เท่านั้น แถมเจ้า X3II ยังมีความสามารถหลากหลาย แพรวพราว ไม่ว่าจะต่อกับ PC / Android Phone เป็น DAC ได้ หรือต่อเข้าชุดกับ FiiO K5 ก็เด็ดดวง ราคาแค่นี้ กับความสามารถมากมายขนาดนี้ หายากมาก!!!

ทิ้งท้ายด้วยภาพที่ผู้เขียนได้ตกแต่ง FiiO X3II ด้วยตัวเอง ซึ่งถ้าใช้รุ่นเดียวกันก็สามารถไปสั่งทำได้ที่นี่เลย









User Interface


แถมอีกนิด

เมนู UI ต่าง ๆ นั้นออกแบบมาเรียบง่าย เรียกว่าหยิบจับกดไปไม่นานก็ชินและเข้าใจได้ทั้งหมดแล้ว ไม่ยุ่งยากเลย (UI Custom เอง)

firmware สำหรับ X3II เวอร์ชั่น 1.4 (ล่าสุด ณ วันนที่ 15/02/2559) แบบ custom background (ทำเอง) แล้ว (ทั้ง 6 Theme) ถ้าใช้รุ่นเดียวกันอยู่ สามารถกดตรงนี้เพื่อดาวโหลดไป install เพื่อความสวยงามได้จ้า






วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2558

SONY Hi-Res Stereo Headphone XBA-A2 พระกาฬ Hybrid Unbox and Review

SONY Hi-Res Stereo Headphone XBA-A2 พระกาฬ Hybrid Unbox and Review


ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนเลยว่า เป็นสาวก SONY แน่นอน อย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งแอบเล็งหูฟังที่มีราคาแพง ๆ ของ SONY ไว้นานแล้ว ตั้งแต่ซีรีย์ H จนตอนนี้ออกมาซีรีย์ A ซึ่งก็มาทั้งหมด 3 พี่น้อง XBA-A1 A2 และ A3 ซึ่งแต่ละตัวนั้นก็มีจุดเด่น และความแตกต่างกันออกไป แต่ด้วยเหตุผลที่เลือก XBA-A2 คือความที่มันอยู่ตรงกลาง ซึ่งซีรีส์ก่อนนั้นเล็ง XBA-H3 ไว้ แต่ไม่ทันได้ซื้อก็ออก A Series มาซะก่อน ซึ่งตามดู ตามอ่านรีวิวจากสำนักต่าง ๆ แล้ว พบว่า XBA-A2 นั้นพัฒนาขึ้นมาจาก XBA-H3 เป็นอย่างมาก นี่จึงเป็นเหตุผลให้ตัดสินใจซื้อ XBA-A2 พระกาฬ Hybrid ในครั้งนี้ (รอลดราคาแล้วซื้ออยู่นานพอสมควร จาก 9990 เหลือ 7990 บาท อิอิ) เอาละ เราไปแกะมันออกจากกล่องกันก่อนเลยดีกว่า ^^

UNBOX

เริ่มจากตัวกล่อง ซึ่งสั่งซื้อจากร้าน Jaben Thailand ประกันศูนย์ไทย
กล่องด้านหน้าเรียบง่าย มีรูปหูฟังและชื่อรุ่น พร้อมโลโก้ Hi-Res
กล่องด้านหลังจะเป็นตัวบอกรายละเอียดคร่าว ๆ ภาษาญี่ปุ่น
เมื่อแกะออกจากซีลพลาสติก ก็พบใบระบุเงื่อนไขการรับประกัน
และกล่องด้านในที่เป็นกล่องกระดาษสีดำ ดูเรียบหรู
เมื่อเปิดออกมาจะพบหูฟังถูกจัดอยู่ตามภาพบนกล่องอย่างดูมีสไตล์











เมื่อนำส่วนของที่วางหูฟังออกมา ก็จะพบกับซองผ้า และกล่องกระดาษใส่อุปกรณ์อื่น ๆ

เมื่อแยกออกมาแล้วก็จะพบกับ
1.ตัวหูฟังที่อยู่ในสายแล้ว
2.สายแบบมี Small Talk ไว้เสียบกับโทรศัพท์เพื่อคุยสายได้
3.จุกหูฟังแบบโฟม
4.ซองผ้า (ด้านในมีที่เก็บสาย คลิปหนีบ และจุกหูฟังแบบยาง)
ใบคู่มือ วิธีการถอด ใส่ หูฟัง กับสาย
และนี่คืออุปกรณ์ทั้งหมด
จุกแบบโฟม ใส่แล้วได้ทั้งปลายแหลมที่คมชัด กับเสียงเบสที่นุ่มนวลขึ้นอีกด้วย
ด้านในเป็นเนื้อโฟมนุ่ม ๆ















อันนี้เป็นจุกแบบยางธรรมดา ให้เสียงกลางแหลมที่ใส คมชัด แต่เบสจะน้อยลง
แถมมาให้เยอะนะเนี่ย ใช้ไม่หมดหรอก















SPEC 


มาดู SPEC ของเจ้า BXA-A2 กันดีกว่า (ภาพจากเว็ป SONY เองเลย)





Review 


มาถึงตัวหูฟังกันบ้าง

ตรงนี้เป็นสาย Small Talk สังเกตุดูดี ๆ จะพบคำว่า THAILAND (อีกฝั่งเป็นคำว่า XBA-A2) อยู่ นั่นหมายถึงผลิตที่ประเทศไทยเรานั่นเอง
ทางด้านสาย ต้องบอกว่าทาง SONY ไม่ได้ออกแบบมาขายชุ่ย ๆ ไก่ ๆ กา ๆ แต่ใส่ใจในรายละเอียด สายเป็นแบบแบนมีร่องเล็ก ๆ เพื่อป้องกันการพันกัน อันนี้จะขยุ้มยังไงก็พันกันยาก แถมตัวสายนั้นสัมผัสได้ถึงความนุ่ม
มาที่ตัว BODY หูฟัง ดูจากวัสดุแล้ว น่าจะเป็นแม็กนีเซียมอัลลอยด์ (ถ้าไม่ใช่ก็ขออภัย) ซึ่งดูแข็งแรง แต่น้ำหนักเบา ส่วนก้านหูฟังที่ไว้เสียบจุกยางโฟม จะยื่นออกมาเพื่อให้สวมใส่ง่าย ไม่ชนกับใบหู







ตัวหูฟังสามารถถอดสายได้ด้วย ซึ่งเป็นขั้วต่อแบบ MMCX หรือที่เราเรียกกันง่าย ๆ ว่าขั้วแบบ Shure นั้นเอง ซึ่งหลัง ๆ Westone ก็เปลี่ยนมาใช้แบบนี้แล้วเหมือนกัน แต่ของ Sony นั้นจะแปลกกว่าเพื่อนซะหน่อยตรงที่มันมีตัวล็อคด้วย คือ มันจะมีช่องสำหรับล็อคสายเอาไว้ทำให้ไม่สามารถหมุนไปมาได้เหมือนรุ่นอื่นๆ ที่ใช่ขั้วแบบเดียวกันนั้นเอง

อีกอย่าง หน้าสัมผัสของส่วนนี้วัสดุเป็นทองแดงชุบทอง โอ้โห อลังการอ่ะ!!

จุดที่น่าสังเกตุอีกอย่างหนึ่ง คือ หูฟังสองข้าง คนละสี เป็นการแยกได้ง่ายว่าอันไหนซ้าย อันไหนขวา โดยไม่ต้องมาดูตัว L R บนหูฟัง ที่สำคัญอย่างยิ่ง ถ้าคุณอยู่ในที่มืด แสงน้อย สามารถจับตรงตัวหูฟังได้ มีจุดเล็ก ๆ ที่หูซ้าย (L) เอาไว้คลำ ๆ อ๋อ ข้างซ้าย ก็เสียบได้ถูกต้องเลย โดยไม่ต้องลำบากเอามือถือมาเปิดไฟหน้าจอส่อง หรือเปิดไฟฉายให้แสบตา รบกวนคนอื่น




การสวมใส่ เอาที่คุณสบายใจเลย จะพลิกกลับด้านแบบนี้เพื่อสวมใส่ก็ได้ (อันนี้หูคนอื่น จะได้ถ่ายภาพได้ง่าย ๆ ไม่ต้องมาเล็งที่หูตัวเอง)
หรือคุณจะใส่แบบปกติ ไม่ได้พลิกกลับ ก็ใส่ได้ เสียงไม่ได้ต่างกัน ใส่แบบไหนก็ไม่มีใครว่า ตำรวจไม่จับ ใส่ ๆ ไปเหอะ ฟังได้เหมือนกันหมดแหล่ะ (อันนี้หูคนอื่น จะได้ถ่ายภาพได้ง่าย ๆ ไม่ต้องมาเล็งที่หูตัวเอง)





















SOUND


ต้องบอกไว้ก่อนว่า เวลาที่เราฟังเพลงนั้น ไม่นิยมในการปรับ EQ ใด ๆ ทั้งสิ้น ถ้าไม่ Disable ก็เลือก FLAT ตลอด เพราะฉะนั้นเสียงที่ได้มาจากตัวหูฟังแน่นอน ไม่ใช่จากการปรับแต่งจูนแล้วนั่งมโนเอาเองว่ามันดี ไม่ดีอย่างไร
แม้แต่ตัว DAC/AMP ที่ใช้ประจำ ก็ไม่เร่ง หรือ Boot เบสเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด เอาแบบเดิม ๆ ให้ได้ธรรมชาติของเพลงนั้น ๆ นี่แหล่ะ












อันนี้เป็นเซ็ทที่ใช้ฟังประจำ คือ Xperia Z + FiiO E18 Portable DAC/AMP ซึ่ง Xperia Z ทำหน้าที่ส่งข้อมูลผ่าน USB OTG ไปยังตัว FiiO E118 เพื่อประมวลผลด้วยชิพเสียงคุณภาพ แล้วออกไปยังหูฟังอีกที




ว่าแล้วก็ลองฟัง............


Nemuri Ni Yosete
L'Arc~en~Ciel

เพลงนี้เริ่มมาแนวซอฟท์ ๆ สบาย ๆ คล้าย ๆ เพลงแนว Bossa แต่ถึงท่อนฮุคกระชากอารมณ์คุณด้วยกีตาร์ Distrotion เบสเดินสนุกทั้งเพลง
ชื่อเพลงว่า "ปล่อยให้ฉันนอนเถอะ" เนื้อหาประมาณว่า อยากนอนหลับเพื่อลืมความเจ็บปวดของความรัก





อยากรู้ว่าเพลงนี้เป็นยังไง จิ้มเลย

Tokyo Teddy Bear
Kagamine Rin

เพลงนี้ Rock จังหวะเร็ว เบสเดินได้สนุก เสียงร้องสังเคราะห์ Vocaloid อารมณ์เพลงจะดูกระชาก หุนหัน โดยส่วนตัวชอบเพลงนี้








อยากรู้ว่าเพลงนี้เป็นยังไง จิ้มเลย

Iroha Uta
Kagamine Rin

เพลงนี้จังหวะสนุก เบสรุกเร้าอยู่ตลอดทั้งเพลง เป็นแนว Rock ผสมผสาน Enka เสียงร้องสังเคราะห์ของ Vocaloid ซึ่งใครชอบเบสรุกเร้า จังหวะสนุก ๆ อาจจะชอบได้ อีกอย่าง เพลงนี้เป็น The Best ของเราเลย ชอบฟังมาก และชอบนำไปเทสหูฟังอีกด้วย



อยากรู้ว่าเพลงนี้เป็นยังไง จิ้มเลย

ENVY CATWALK
Hatsune Miku
เพลงนี้จังหวะเร็ว เบสสนุกหูดี เครื่องดนตรี และดนตรี Effect มากมาย อันนี้เด็ดมาก หูฟังตัวไหนแยกเสียงไม่ดีรับรองมั่วแน่นอน ตัวไหนแยกเสียงดี รายละเอียดชัด จะแยกทุกองค์ประกอบเสียงของเพลงนี้ได้ จึงเหมาะกับการทดสอบเรื่องของการแยกจำแนกเสียง





อยากรู้ว่าเพลงนี้เป็นยังไง จิ้มเลย

CAT FOOD
Hatsune Miku

เพลงนี้ชอบมาก เนื้อหาเปรียบเปรยตนเองเหมือนแมวเหมียวที่ออดอ้อนฝ่ายชาย จังหวะดนตรีเป็น Rock สนุกสนาน เบสเดินจังหวะสนุกดี เสียงร้องสังเคราะห์ Vocaloid






อยากรู้ว่าเพลงนี้เป็นยังไง จิ้มเลย

HONEY
L'Arc~en~Ciel

อีกเพลงหนึ่งของวงลาร์คที่ชื่นชอบ เพลง Rock จังหวะเร็ว รุกเร้า เบสของ Tetsu ลื่นไหลดุจสายน้ำ เสียงร้องของ Hyde สนุกสนาน กีตาร์ของ Ken ทั้งคอร์ ทั้งลี๊ด ทั้งคอร์ดได้สนุกดี กลองของ Yukihiro เพลิดเพลินดี





อยากรู้ว่าเพลงนี้เป็นยังไง จิ้มเลย

BRE@TH//LESS <a0v>
MIKA KOBAYASHI

เพลงประกอบอนิเมะ (ในฉากต่อสู้) ของอนิเมะที่กำลังดังในช่วงนี้ คือ Aldnoah.zero เสียงร้องโดย Mika Kobayashi เป็นเพลงที่เบสเดินได้ละมุน เสียงร้องใส จังหวะสนุก






อยากรู้ว่าเพลงนี้เป็นยังไง จิ้มเลย













aLIEz

Sawano Hiroyuki [nZk] mizuki
เพลง Ending Theme ของ Aldnoah.zero ที่มีจังหวะสนุกสนาน รุกเร้าได้สะใจ เสียงร้องทรงพลัง







อยากรู้ว่าเพลงนี้เป็นยังไง จิ้มเลย




หลังจากที่ได้ฟังมาเต็มที่แล้ว หลายเพลง (ยังไม่รวมเพลงที่กล่าวมาข้างต้นนี้อีก ซึ่งมีอีกหลายแนว ไม่ใช่เฉพาะแต่ Rock ข้างต้นนำเสนอเพลงที่ชอบเท่านั้น)

1. สมาร์ทโฟน มือถือ ทั่วไป อย่าง xperia z ของเราเองนี้ ขับได้สบาย ไม่ต้องเปิดสุด ก็ดังได้ในระดับที่พอใจแล้ว
2. เบส ลืมเรื่องเบสบวม ๆ หรือเงาเบสอย่างที่เคยเป็นมาได้เลย ไม่มีแบบนั้นแน่นอน 
ลักษณะเบสลูกกลางค่อนไปใหญ่ เบสกระชับ เก็บตัวได้เร็ว ไม่มีบวมย้วย 
เบสชัด ลึก ละมุน กลมกล่อมมาก 
ไม่ว่าจะเป็นเบสเครื่องสาย หรือเบสกีตาร์ไฟฟ้า ต่างก็ออกมาได้อารมณ์ สนุกหูอย่างมาก
3. กลาง เสียงร้องขยับมาด้านหน้า ให้เสียงร้องที่อิ่ม ฉ่ำ มีชีวิตชีวา ให้อิมเมจเสียงร้องทีดี
กลางพวก effect ได้ยินชัดเจน ไม่ถูกกลบ หรือจมหาย 
กลางเสียงกลอง สแนร์ มีความสดมาก
กลางเปียโน เครื่องเป่าบางชนิด ให้ความละมุนดี เสียงเปียโนกระจ่างใส
4. แหลม แหลมทอดไกล ปลายแหลมไปได้สุด ไม่มีหายวับก่อนสุด 
ไฮแฮท แฉ ฉาบ อะไรพวกนี้ออกชัดเจน ไม่ถูกกลบ หรือจางแต่อย่างใด
ลี๊ดกีตาร์ย่านแหลม ถ้าเพลงเร็ว กีตาร์สะใจมาก เสียงกีตาร์คม อาจมีบาดหูได้
ถ้ากีตาร์ classic หรือ acustic ให้เสียงกีตาร์หวาน นุ่มนวล ชวนเคลิ้ม
กีตาร์ Distrotion แตกพร่าสะใจกันเลยทีเดียว
Percussion พวกเครื่องเขย่า ซอกๆ แซกๆ ได้ยินชัดเจน ไม่หลบลี้หนีหาย
5. Stage สเตจค่อนข้างกว้าง แต่ไม่ถึงกับโปร่งโล่งหวิวแต่อย่างใด รู้สึกได้ถึงการจัดวางตำแหน่งของชิ้นดนตรีต่าง ๆ ได้อย่างลงตัว
6. Impact อิมแพ็คจากกระเดื่อง หรือเบสจังหวะหนัก ๆ นั้นหนักแน่นชัดเจน แต่ไม่ถึงกับมากมายมหาศาลจนทำให้หูล้าจากการฟัง
7.ให้เสียงที่สะอาด ไม่มีสากเสี้ยน แยกชิ้นดนตรีได้ดี

สรุป

โดยรวมถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ อย่างแรกเลย คือ การออกแบบที่ใส่ใจในแง่ของการใช้งานจริง ไม่ใช่ออกแบบไก่ ๆ กา ๆ แล้วทำขายเลย ทุกรายละเอียดถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้อย่างสะดวก แถมคุณภาพเสียงที่หูฟังตัวนี้ให้ มีคุณภาพเสียงที่ดีมาก

ข้อดี 
  • งานออกแบบที่ประณีต ใส่ใจผู้ใช้งานอย่างแท้จริง
  • วัสดุคุณภาพดี 
  • น้ำหนักเบา แม้จะตัวใหญ่
  • คุณภาพเสียงดีมาก ครบรส ครบเครื่อง อร่อยหูสุด ๆ
  • แพคเกจจิ้งทำออกมาได้ดูหรูหรา มีระดับ
  • ของแถมให้มาเกินคุ้มเลย ทั้งสายที่มี Small Talk และจุกหูฟังที่เยอะแยะหลายขนาด 
  • ผลิตในไทย

ข้อเสีย

  • บางคนอาจจะมองว่า เฮ้ย ราคาแพงอ่ะ แต่จุดนี้ ถ้าคุณมีเงินถึงแล้วซื้อมาใช้เองจะรู้ได้เลยว่า "โคตรคุ้มเลย"
  • ไม่รู้จะเขียนข้อเสียอะไรละ หาไม่เจอ

ถ้าคุณรักในเสียงดนตรี รักใน SONY อย่างน้อย คุณควรจะหาโอกาสแสวงมันมาเป็นเจ้าของ เพราะ พระกาฬ Hybrid XBA-A2 ตัวนี้ไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน