วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ラブライブ! (Love Live) School Idol Project ไอดอลสาวพราวเสน่ห์/ปฏิบัติการไอดอลจำเป็น [รีวิวอนิเมะที่ดูแล้ว]

ラブライブ! (Love Live) School Idol Project

ไอดอลสาวพราวเสน่ห์ / ปฏิบัติการไอดอลจำเป็น




13 ตอนจบ
แนว ไอดอล ดราม่า คอมเมดี้ ขีวิตในโรงเรียน มิตรภาพ ความฝัน เพลง ดนตรี หญิงล้วน
ฉายเมื่อ 6 January 2013 – 31 March 2013

ภาพรวม : 


ทีแรกนึกว่าเป็นอนิเมะแนวแฟนเซอร์วิสรที่น่าเบื่อ (เหมือนเรื่องอื่น ๆ ที่เคยดูจนต้องดรอป ลบทิ้ง) แต่เท่าที่ดูมา "เฮ้ย สนุกดี" ไม่ใช่แนวแฟนเซอร์วิส แต่เนื้อเรื่อง เนื้อหา การดำเนินเรื่อง รวมถึงเรื่องราวต่าง ๆ ถ่ายทอดออกมาได้ดีมาก รู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก



การดำเนินเรื่อง : 


ดำเนินเรื่องได้อย่างสนุกสนาน พร้อมกับดราม่า แน่นอน มีเพลง และเหตุการณ์ต่าง ๆ ด้วย

ภาพ กราฟฟิก :


ภาพสวย มีการใช้ CG ในฉากร้องเพลง ทำให้ดูมีมิติ ตัวละครน่ารักทั้งนั้น



เนื้อหา : 


ความมุ่งมัน มิตรภาพ ความฝัน ความพยายาม สิ่งเหล่านี้เป็นแกนหลักของเรื่อง เรื่องราวไม่ใช่แบบ ทำอะไรต้องสำเร็จ ดังเปรี้ยงปร้าง ไม่มีการที่ร้องเพลงแล้วฟ้าเปิด แสงส่องลงมา อะไรแบบนั้น ไม่มี แต่!! มีสิ่งที่ยิ่งกว่านั้นอีก จนทำให้สนุกและน่าติดตามมาก ๆ อย่าหวังฉากเซอร์วิส ไม่มี

ความรู้สึก : 

ประทับใจมาก รู้สึกอบอุ่นหัวใจเวลาดู บางฉากน้ำตาซึมได้เลย ไม่ได้ป่วยไอดอลนะ!!




ความน่าสนใจ :


น่าสนใจมาก ๆ อย่างที่บอก ไม่ใช่แนวแฟนเซอร์วิสเรื่อยเปื่อยที่ดูแล้วน่าเบื่อจนต้องดรอป เรื่องนี้มีอะไรมากกว่านั้น

เรื่องย่อ :


โรงเรียนเก่าในเมืองโตเกียวแห่งหนึ่ง กำลังจะประสบปัญหาทางด้านการเงินและมีความจำเป็นต้องปิดตัวลง กลุ่มนักเรียนหญิง 9 คนจึงตั้งใจปกป้องโรงเรียนอันเป็นที่รัก ทำให้เกิด “School Idol Project” ขึ้น







วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2558

プラスティック・メモリーズ Plastic Memories [รีวิวอนิเมะที่ดูแล้ว]

プラスティック・メモリーズ 
Plastic Memories


13 ตอนจบ
แนว รัก ดราม่า โรแมนติก ไซไฟ คอมเมดี้ ความทรงจำ และการจากลา
ฉายเมื่อ 4 April 2015 – 27 June 2015


ภาพรวม : 


น้ำตาไหล!!! คือแบบ ถ้าอ่อนไหว อินกับเรื่องนี่น้ำตาไหลพรากแน่ ๆ ผู้เขียนยังดูแล้วน้ำตาไหลเลย



การดำเนินเรื่อง : 

เรื่องราวดำเนินไปบทความสัมพันธ์ระหว่างพระเอก กับกิฟเทียร์สาวไอล่า กับงานที่ทำ และความรักที่ก่อตัวขึ้น จนกระทั่ง.............น้ำตาจะไหล ไปดูเองเถอะ


ภาพ กราฟฟิก :

ภาพสวยดี ตัวละครสาว ๆ น่ารัก



เนื้อหา : 

มีคอมเมดี้เรียกเสียงฮาได้อยู่บ้าง เนื้อหาส่วนมากจะเป็นแบบรักโรแมนติก ดราม่า น้ำตาไหลพราก.....


ความรู้สึก : 


สนุกเศร้า ๆ เคล้าน้ำตา



ความน่าสนใจ :


คออนิเมะแนวดราม่าห้ามพลาดเชียวล่ะ

เรื่องย่อ :


เป็นเรื่องราวในอนาคตอันใกล้ที่เทคโนโลยีสามารถสร้าง Android ออกมาได้เหมือนกับมนุษย์จนแยกกันไม่ออก บริษัท SA Corp ได้ผลิต Android รุ่นใหม่ที่เรียกว่า Giftia ซึ่งมีอารมณ์ความรู้สึกเหมือนกับมนุษย์ในแบบที่ไม่เคยทำได้มาก่อน แต่ถึงอย่างนั้นก็มีข้อจำกัดทางเทคโนโลยีที่ว่า Android นั้น จะมีอายุการใช้งานจำกัด จึงต้องมีบริการรับจัดการกับเหล่า Giftia ที่หมดอายุแล้ว สถานที่ซึ่ง Mizugaki Tsukasa ได้เข้ามาทำงานร่วมกับ Isla (ไอล่า) ที่เป็น Giftia สาวน้อย ในการจัดการกับ Android ต่างๆ






ニセコイ Nisekoi Season 2 [รีวิวอนิเมะที่ดูแล้ว]

ニセコイ
Nisekoi
รักลวงป่วนใจ


Season 2



12 ตอนจบ
แนว รัก(?) คอมเมดี้ ฮาเร็ม ชีวิตในโรงเรียน เซอร์วิส
ฉายเมื่อ 10 April 2015 – 26 June 2015

ภาพรวม : 

ช่างเป็น Seasons 2 ที่แสนสั้นแค่ 12 ตอน แต่ความสนุก น่ารัก ยังคงอยู่เหมือนเดิม



การดำเนินเรื่อง : 


เรื่องราวเป็นไปด้วยความอลวน ยุ่งเหยิงของเรื่องราวความรักหลายเส้า ที่จะทำให้สนุกสนาน และดูน่ารัก

ภาพ กราฟฟิก :


ภาพสวย ยังคงเอฟเฟ็คภาพเหมือน Season 1 ไม่มีเปลี่ยน



เนื้อหา : 


เรื่องรัก ๆ คอมเมดี้ มีเซอร์วิสบ้าง

ความรู้สึก : 

สนุก น่ารักดี



ความน่าสนใจ :

แนวฮาเร็มรัก ๆ คอมเมดี้แบบนี้ ค่อนข้างจะมีเยอะในตลาดอนิเมะ ก็ถือว่าน่าสนใจอยู่นะ


เรื่องย่อ :


อิจิโจ ราคุ หัวหน้ารุ่นที่สองของยากูซ่าแต่กลับเป็นนักเรียนม.ปลาย แสนธรรมดา คิริซากิ จิโตเกะ นักเรียนใหม่สาวสวยซึ่งปรากฏตัวเบื้องหน้าเขา จิโตเกะซึ่งพอเจอหน้าก็ทะเลาะกัน แถมยังมีนิสัยตรงข้ามกับราคุทุกอย่าง แต่ว่าเพราะเหตุจำเป็นบางอย่างทำให้ทั้งคู่ต้องแกล้งเป็นแฟนกัน!?








วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ダンジョンに出会いを求めるのは間違っているだろうか? (dungeon ni deai wo motomeru no wa machigatteiru darou ka?) [รีวิวอนิเมะที่ดูแล้ว]

ダンジョンに出会いを求めるのは間違っているだろうか
dungeon ni deai wo motomeru no wa machigatteiru darou ka
Is It Wrong to Try to Pick Up Girls in a Dungeon?
มันผิดรึไงถ้าใจอยากจะพบรักในดันเจี้ยน



13 ตอนจบ
แนว ผจญภัย แฟนตาซี คอมเมดี้ เซอร์วิสนิดหน่อย
ฉายเมื่อ : 3 April 2015 – 26 June 2015


ภาพรวม : 


แบบว่าเห็นกระแสมาแรงตั้งแต่แรก ๆ ที่ฉายเลย ดองไว้จนออกครบแล้วค่อยดู ปรากฏว่า "เฮ้ย สนุกดีนะ" โดยรวมทั้งเรื่องทำออกมาได้สนุกดี ถึงจะไม่ได้หวือหวาอะไรมาก ออกแนวซอฟท์ ๆ มากกว่าการบู๊ล้างผลาญ หรือสู้แบบสุดมันส์ อะไรแบบนั้น อันนี้จะซอฟท์กว่ามาก



การดำเนินเรื่อง : 


เรื่องราวดำเนินไปโดยเน้นที่ตัวเอกเป็นหลัก ๆ กับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่พระเอกเก่งขึ้น รวมถึงมิตรภาพ การได้พบเพื่อนร่วมปาร์ตี้ อย่างที่บอก แม่จะไม่หวือหวาอะไรมาก ซอฟท์ ๆ เบา ๆ ดี

ภาพ กราฟฟิก :


ภาพสวย กราฟฟิกดี ฉากและเอฟเฟ็คต่าง ๆ ทำได้ดี



เนื้อหา : 


ค่อนข้างเบา ซอฟท์ ๆ แนวผจญภัย มิตรภาพ มีเซอร์วิสบ้าง และคอมเมดี้เป็นช่วง ๆ

ความรู้สึก : 

เออ มันสนุกดีนะ แต่ถ้าคาดหวังแอคชั่นหนัก ๆ หรือการต่อสู้แบบมันส์ ๆ นี่อย่าไปหวังแบบนั้น จะทำให้การดูเสียอรรถรสหมด




ความน่าสนใจ :


สนุกดี ก็ดูแล้วไม่น่าเบื่อ น่าติดตามมาก ๆ

เรื่องย่อ :

เมืองวงกตโอราริโอ คือเมืองขนาดใหญ่ซึ่งมีทางวงกตใต้ดินขนาดมหึมาที่เรียกว่า “ดันเจี้ยน” อยู่ เปี่ยมด้วยความตื่นเต้นต่อสิ่งที่ไม่รู้จัก เกียรติยศอันเปล่งประกาย และความโรแมนติกที่จะได้เจอกับสาวงามน่ารัก สถานที่แห่งนี้ซึ่งมีความฝันและความโลภของมนุษย์ทั้งหมดซ่อนอยู่นั้น เด็กหนุ่มก็ได้พบกับ “เทพ” ร่างเล็กเข้าให้ “ดีละ เบลคุงตามฉันมา! จะทำพิธีเข้าร่วม ‘แฟมิเลีย’ ละนะ!” “ครับ! ผมต้องเก่งขึ้นให้ได้!” นี่คือการพบพานแห่งโชคชะตาระหว่างเด็กหนุ่มผู้ปรารถนาจะเป็นนักผจญภัย แต่กลับโดนทุก “แฟมิเลีย” ไล่ตะเพิด กับเทพผู้มีสมาชิกศูนย์คน เด็กหนุ่มย่างก้าวไปข้างหน้าโดยมีเทพธิดาเป็นผู้บันทึก “Familia Myth” นั่นเอง



วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2558

やはり俺の青春ラブコメはまちがっている 続 Yahari Ore no Seishun Love Comedy wa Machigatteiru Zoku [รีวิวอนิเมะที่ดูแล้ว]

やはり俺の青春ラブコメはまちがっている 続 

Yahari Ore no Seishun Love Comedy wa Machigatteiru Zoku

My Teen Romantic Comedy SNAFU

(Season 2)


13 ตอน จบ (จบ Seasons)
แนว ดราม่า (ดราม่าหนักมากนะ) มีคอมเมดี้นิดหน่อย ชีวิตในโรงเรียน มุมมองต่อโลกและสังคม
ฉายเมื่อ 2 April 2015 – 25 June 2015


ภาพรวม : 


เรื่องนี้เหมาะสำหรับคนที่ดูแนวดราม่า และเข้าถึง รวมถึงเข้าใจเนื้อเรื่อง และบทบาทของตัวละครด้วย ถ้าเห็นว่าภาพสวย แล้วดูคิดว่าจะเป็นแบบนั้น แบบนี้ อาจจะคิดผิดก็ได้ เรื่องนี้เฉพาะกลุ่ม หรือเฉพาะคนสักหน่อย ถ้าไม่ชอบแนวนี้ดูแล้วจะเบื่อได้ แต่สำหรับผู้เขียน ดูแล้วสนุกในแบบ "ดราม่า" นี่แหล่ะ เป็นดราม่าแบบวิเคราะห์ ค่อนข้างลึกซึ้งเลยทีเดียว จึงขอแนะนำในภาพรวมไว้



การดำเนินเรื่อง : 


เรื่องราวของการที่ต้องเข้าไปช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งสมาชิกทีมเองก็มีบางสิ่งที่ยังคลางแคลงใจกันอยู่เช่นกัน เพราะต่างคนต่างไม่ยอมแสดงความรู้สึกที่แท้จริงต่อกันและกัน จึงทำให้เกิดดราม่าเฉือดเฉือนอารมณ์กันในเรื่อง

ภาพ กราฟฟิก :

Season 2 ภาพสวยมาก ทำให้ตัวละครน่ารักมากขึ้น โดยเฉพาะตัวหลัก ๆ ของเรื่อง เช่น ยูกิโนะ ยุย อิโรฮะ เป็นต้น ด้วยความที่ภาพสวยขึ้นมากจาก Season 1 ทำให้บทซีนอารมณ์นั้นแสดงออกมาได้ดราม่าหนักยิ่งขึ้น ทำให้ดูแล้วสนุกมากกว่าเดิม



เนื้อหา : 


ดราม่าหนัก ๆ ของชีวิตในโรงเรียน ชมรมอาสา ช่วยเหลือผู้อื่น เนื้อหาค่อนข้างเจาะจง หรือเหมาะเฉพาะกลุ่มมากกว่า ซึ่งต้องทำความเข้าใจ และตามให้ทัน ไม่งั้นอาจจะงงได้

ความรู้สึก : 


เวลาดูฉากดราม่าหนัก ๆ อาจทำให้อึดอัดได้ แต่มันประทับใจดีนะ รู้สึกสนุกไปอีกแบบ



ความน่าสนใจ :

เอาเป็นว่า ใครดูแล้วชอบแนวนี้ เข้าใจ เข้าถึง ก็ดู คุณจะสนุกกับบทดราม่าในเรื่องราว แต่ถ้าใครไม่ชอบแนวนี้ จะผ่านไปเลยก็ได้ หรือลองดู ทำความเข้าใจสักหน่อย


เรื่องย่อ :


"วัยรุ่นนั้น ทั้งหลอกลวงและชั่วร้าย"
ฮิคิกายะ ฮาจิมัง เด็กหนุ่มสุดขวางโลก ที่ชอบมองโลกในแง่ร้ายซะจนไม่มีใครคบเป็นเพื่อนหรือแฟน
เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาเห็นเพื่อนๆกำลังพูดคุยเกี่ยวกับชีวิตวัยมันส์ เขาจะพูดขัดคอทันทีว่า "ที่เอ็งพูดมามันเป็นเรื่องโกหก"
หรือ พอเขาถูกซักถามเกี่ยวกับเรื่องอนาคตของตน เขามักจะตอบกลับว่า "ไม่ทำงาน" เป็นต้น
ด้วยนิสัยของเขา ทำให้ครูที่ปรึกษา ฮิราสึกะ ชิซึกะ ตัดสินใจดัดนิสัยเขา ด้วยการส่งเขาเข้าร่วมชมรมบริการ ซึ่งที่นั่นเขาได้พบกับ ยูกิโนะชิตะ ยูกิโนะ สาวสวยที่สุดในโรงเรียนแห่งนี้ และเรื่องราววุ่นๆก็ได้บังเกิดขึ้น






Lenovo Vibe Shot VS SONY NEX-F3 Camera Test

Lenovo Vibe Shot VS SONY NEX-F3 Camera Test


ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนเลยว่า การ Test ในครั้งนี้ ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อมุ่งโจมตีค่ายใดค่ายหนึ่งใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะผู้เขียน ผู้ทำการ Test เป็นสาวก SONY และก็ชื่นชอบผลิตภัณฑ์ของ Lenovo อยู่ สาเหตุที่หยิบมา Test ก็เพราะว่า........... อุปกรณ์มีแค่นี้แหล่ะ และเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานอยู่จริง ๆ ในชีวิต ใช้ถ่ายกิจกรรม Event ต่าง ๆ

การ Test ครั้งนี้เพื่อทดสอบว่า กล้องของเจ้า Lenovo Vibe Shot นั้นสามารถสู้คุณภาพกับกล้อง DSLR เมื่อหลายปีก่อนได้หรือไม่

ก่อนอื่นมาดู Spec คร่าว ๆ ของกล้องทั้งสองตัวกันก่อนดีกว่า

Lenovo Vibe Shot

* 16 MP, 2997 x 5328 pixels,
* 16:9 BSI CMOS sensor
* f/2.2 (Samsung sensor)
* optical image stabilization,
* autofocus,
* triple-LED (dual-tone) flash
* Light Sensitivity ISO 100-1600
เปิดตัวเมื่อปี 2558 (2015) เดือนมีนาคม

SONY NEX-F3

* 16.1MP
* Exmor APS HD CMOS
* Sensor size: APS-C (23.5mm x 15.6mm)
* Kit Lens: 18-55mm f/2.8
* Image Processor BIONZ
* AE/AF Control Face-priority AF, Subject-tracking AF
* Light Sensitivity ISO 200-16000, ISO auto (200-3200)
* pop-up flash
เปิดตัวเมื่อปี 2555 (2012)





การถ่ายจะถ่ายในกล่องควบคุมสภาพแสง (ที่ใช้ถ่ายพวกฟิกเกอร์เป็นประจำ) และเปิด Xperia Z ด้วยแอพ Light Sensor (สามารถหาโหลดได้ใน Google Play ฟรี!!)
กล้องทั้งสองตัวใช้ Auto Mode แบบพิเศษทั้งคู่ (Lenovo Smart Comp. / SONY Superior Auto)
เนื่องจากไม่ให้เป็นการงงว่าภาพไหน เป็นกล้องอะไร จึงได้ Print กระดาษแปะไว้ด้านหลัง และสลับเอาเวลาเปลี่ยนกล้อง ไม่มีการใช้โปรแกรมตกแต่งรูปภาพใด ๆ ทั้งสิ้น นำภาพดิบ ๆ เดิม ๆ มาอัพโหลดให้ดูกันเลย แถมมีค่า EXIF ให้ เผื่อใครเทพอ่านค่าพวกนี้เป็น

1st Round  ค่าแสง 305.0 lx / 28.34 ft-c

เปิดไฟทั้งห้อง สปอตไลท์สองฝั่งซ้ายขวา ไฟโคมด้านบน และไฟส่องด้านหน้า



EXIF info (From Picasa)



100% Crop

 Lenovo Vibe Shot

SONY NEX-F3


2nd Round ค่าแสง 223~227 lx / 21.09 ft-c

ปิดไฟที่ส่องด้านหน้า นอกนั้นเหมือนเดิม



EXIF info (From Picasa)




100% Crop

 Lenovo Vibe Shot

SONY NEX-F3

3rd Round ค่าแสง 66.0 lx / 6.13 ft-c

ปิดไฟส่องด้านหน้า ปิดไฟโคมด้านบน



EXIF info (From Picasa)



100% Crop

  Lenovo Vibe Shot

SONY NEX-F3


Round 4 ค่าแสง 50.0 lx / 4.65 ft-c


ปิดสปอตไลท์ซ้ายขวา เหลือเฉพาะไฟในห้องเท่านั้น



EXIF info (From Picasa)



100% Crop

 Lenovo Vibe Shot

SONY NEX-F3


Round 5 ค่าแสง 23.0 lx / 2.14 ft-c

เหลือแค่ไฟในห้อง และนำกระดาษมาปิดด้านบน



EXIF info (From Picasa)



100% Crop

 Lenovo Vibe Shot

SONY NEX-F3


Round 6 ค่าแสง 3 lx / 0.28 ft-c


กระดาษปิดด้านบน แถมปิดไฟในห้อง 1 ดวง (ที่สว่างที่สุด) เหลือแต่ไฟสลัว ๆ




EXIF info (From Picasa)



100% Crop

 Lenovo Vibe Shot

SONY NEX-F3


Round 7 ค่าแสง 3 lx / 0.28 ft-c เปิดแฟลช

ค่าแสงเท่ากับรอบที่ 6 นั่นแหล่ะ แต่เปิดแฟลชทั้งคู่ (ส่วนค่าตัวเลขมันมาจากแสงแฟลช อย่าไปใส่ใจ)
แฟลชของ Lenovo เป็นแบบสองจังหวะ
ส่วนของ NEX-F3 แฟลชกระพริบ 2 แล้วยิงแฟลชอีกที



100% Crop


 Lenovo Vibe Shot

SONY NEX-F3


Round 8 ค่าแสง 0 lx / 0 ft-c เปิดแฟลช


ค่าแสง = 0 ก็หมายควมว่า ปิดไฟหมดทั้งห้อง มืดสนิทนั่นเอง
Auto Smart Comp ของ Lenovo ใช้โหมด Ultra Low Light ให้เองอัตโนมัติ
ส่วนของ NEX-F3 เป็นโหมดถ่ายภาพกลางคืนอัตโนมัติ (จาก Superior Auto)





EXIF info (From Picasa)







100% Crop

 Lenovo Vibe Shot

SONY NEX-F3





Round 9 ค่าแสง 0 lx / 0 ft-c เปิดแฟลชยิงขึ้นเพดาน

ปิดไฟในห้องทั้งหมด มืดสนิท
ส่วนสุดท้ายเป็นสิ่งที่ Lenovo Vibe Shot ทำไม่ได้ นั่นคือ ยิงแฟลชขึ้นเพดาน
SONY NEX-F3 สามารถใช้นิ้วง้างแฟลชเพื่อยิงขึ้นเพดานได้ ทำให้ภาพออกมาดูมีมีติมากขึ้น


EXIF info (From Picasa)


100% Crop

 SONY NEX-F3



เอาละ จบการ Test เปรียบเทียบไว้เพียงแค่นี้



มีความคิดเห็นเป็นอย่างไรกันบ้าง?

สามารถโหลดรูปทั้งหมดไปเปิดดูเองได้ที่นี่

ดูรีวิว Lenovo Vibe Shot ได้ที่นี่